ระบบ Co-op ใน Darkness Rises ความท้าทายที่ไม่ได้วัดแค่พลัง

อีกหนึ่งระบบที่เชื่อว่าใครเล่นเกม Darkness Rises จะต้องชอบอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นโหมดที่เอาไว้วัดฝีมือในการเล่นของผู้เล่นแล้ว ไอเทมตอบแทนยังคุ้มค่าแบบสุดๆ อีกด้วย แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าโหมดนี้มีจำนวนครั้งในการเข้าร่วมในแต่ละวันค่อนข้างจำกัด โดยในแพทช์ปัจจุบันจะมีการแบ่งเป็นโหมดย่อยอยู่ 2 โหมดด้วยกันคือ

ดันเจี้ยนปาร์ตี้

หนึ่งในโหมด Co-op ของเกม Darkness Rises ในโหมดนี้จะมีประตูวาร์ปให้เราเข้าร่วม 6 ประตูด้วยกัน โดยแต่ละประตูจะมีเงื่อนไขในเรื่องของค่าพลังที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน และเมื่อเข้าไปก็จะมี 5 ด่านย่อยให้ผู้เล่นทำเงื่อนไขต่างๆ ให้ผ่าน เมื่อผ่านตามเงื่อนไข 1 อย่างก็จะได้ไอเทมกล่องสุ่ม 1 กล่อง แต่ละด่านมี 2 เงื่อนไข รวมทั้งหมด 10 กล่อง

รูปแบบการต่อสู้ในดันเจี้ยนปาร์ตี้สามารถสร้างห้องและเข้าลุยคนเดียวก็ได้หรือจะชวนเพื่อนไปร่วมต่อสู้ก็ได้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถสร้างปาร์ตี้ได้สูงสุด 2 คน นอกจากนั้นยังสามารถเก็บสะสมคะแนนและการทำเงื่อนไขพิเศษในแต่ละด่านเพื่อเอามาปลดล็อคกล่องของรางวัลได้อีกด้วย ในส่วนของรางวัลพิเศษถ้าปลดล็อคครบ 6 เงื่อนไขก็จะได้รับ “เพชร” ไปใช้แบบฟรีๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งในการหาไอเทมเลยทีเดียว

เทคนิคในการเข้าดันปาร์ตี้

  • ถ้าระดับพลังสูงมากแนะนำให้ลงคนเดียวจะทำให้ผ่านเงื่อนไขได้ง่ายกว่า เพราะจะมีบางเงื่อนไข อย่างเช่น ใช้สกิลฆ่ามอนสเตอร์ตามจำนวน ซึ่งบางห้องมีมอนสเตอร์จำกัด ถ้าลง 2 คนอาจจะแย่งกันฆ่าจนเงื่อนไขไม่สำเร็จได้แบบง่ายๆ
  • ถ้าลงแบบปาร์ตี้ 2 คนและอยากสำเร็จเงื่อนไขให้ครบ ไม่ควรเปิด “ออโต้” เพราะบางครั้งจังหวะในการโจมตีและการหลบสกิลจะทำไม่ได้ อย่างเช่น เงื่อนไขเกี่ยวกับการป้องกันหรือไม่โดนดาเมจ ถ้าเปิดออโต้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโดนดาเมจจากมอนสเตอร์ได้
  • ถ้าพลังน้อยหรือใกล้เคียงกับที่ประตูกำหนดให้เน้นการลงแบบปาร์ตี้เป็นหลัก เพราะถ้าลงคนเดียวโอกาสผ่านจะน้อยมาก
  • ถ้าพลังน้อยควรไปรับบัฟจาก บ่อน้ำพุร้อน ก่อนแล้วค่อยกลับมาลงจะทำให้ผ่านแต่ละด่านและทำเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น

โหมดการโจมตี

ในโหมดการโจมตีนั้นจะเป็นการให้เราสร้างปาร์ตี้ตั้งแต่ 1-4 คนเพื่อเข้าต่อสู้กับบอส ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้งานระบบ “ออโต้” ได้ ต้องบังคับเองล้วนๆ โดยบอสจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว คือ

กรอวิส

มังกรบินสวมเกราะสีทอง ถือเป็นบอสที่ง่ายที่สุดในการกำจัดเพราะรูปแบบการโจมตีไม่หวือหวาสักเท่าไร ส่วนใหญ่จะบินขึ้นไปบนฟ้าก่อนแล้วค่อยโจมตีทำให้เราสามารถหลบสกิลได้อย่างง่ายดาย และเมื่อเลือดบอสเหลือต่ำกว่า 50% มันจะทำการบินขึ้นไปบนฟ้า และเราจะตัดเข้ามาในโหมดการโจมตีพิเศษด้วยหอกระยะไกล ที่เหลือก็ง่ายๆ หลบการโจมตีของบอสแล้วปาหอกไปเรื่อยๆ เมื่อขีดพลังการบินหมดลงบอสจะนอนอยู่กับพื้นแบบนิ่งๆ ประมาณ 10 วินาที ซึ่งเราสามารถกระหน่ำสกิลจนบอสตายได้เลย

คาลิโก้

เป็นบอสที่ค่อนข้างยุ่งยากในการต่อสู้พอสมควร รูปแบบจะเป็นมังกรคอมมาโด (บินไม่ได้คล้ายตะกวด) ที่สวมใส่เกราะหนา การโจมตีเจ้า คาลิโก้ นั้นเราจะเป็นต้องโจมตีให้เกราะมันแตกและพังให้หมดก่อน จึงจะสามารถสร้างดาเมจให้กับเจ้า คาลิโก้ ได้ ซึ่งเกราะของมันไม่มีหลอด HP ให้เห็น เพราะฉะนั้นเราต้องกระหน่ำโจมตีแบบสุ่มมั่วๆ เอาจนกว่าเกราะจะพัง นอกจากนั้นด้วยความที่เป็นมังกรคอมมาโดที่บินไม่ได้ แอคชั่นของมันเลยค่อนข้างดูยาก การโจมตีและท่าทางมักจะโดยเอฟเฟ็คสกิลเราและเพื่อนๆ บังจนทำให้มองไม่เห็น เรียกได้ว่าเป็นบอสที่คนไม่ค่อยอยากจะสู้กันสักเท่าไรถ้าไม่จำเป็น

กิกันเทส

บอสใหม่ที่เพิ่งอัพเดทเข้ามาได้ไม่นาน รูปแบบของมันคือ ทหารโกเลมขนาดใหญ่ที่ใส่ชุดเกราะหนา มีทั้งความรุนแรงในการโจมตีและมีพลังป้องกันที่สูง นอกจากนั้นความยากของมันก็คือ มีสกิลแบบ AOE รัศมีรอบตัวที่หลบได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้หลายคนจะอ่านการโจมตีจากท่าทางของมันได้และโดดหลบการโจมตีแรกได้ แต่มันมักจะใช้สกิล 2 ครั้งติดกันทำให้หลายคนหลบไม่พ้น ทีเด็ดของเจ้ากิกันเทสก็คือ มีสกิลประเภทสตั้นเยอะมากๆ แถมมีสกิลดีดให้กระเด็นอีกต่างหาก เป็นตัวที่ต่อสู้ได้ยุ่งยากแบบสุดๆ

นอกจากนั้นยังเป็นบอสที่ไม่ควรเข้ามาต่อสู้น้อยกว่า 2 คน เพราะกิกันเทสมีสกิลจับตาย โดยการทุบให้มึนแล้วจับเราทุ่มกับพื้นรัวๆ ซึ่งท่านี้จะต้องมีเพื่อนที่ไม่โดนจับฟันจนหลอดพลังแขนของกิกันเทสหมดจึงจะหลุดออกมาได้ แน่นอนว่าถ้าเหลือคนเดียวแล้วโดนสกิลจับ ต่อให้พลังเกิน 2 ล้านก็โดนทุบจนตาย

ทั้งหมดเป็นระบบเกี่ยวกับ Co-op ในเกม Darkness Rises จริงๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งโหมดย่อยที่ยังไม่เปิดให้เล่น และต้องบอกอีกครั้งนะครับว่าโหมดนี้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนครั้งในการเข้าเพราะฉะนั้นการลงแต่ละครั้งเพื่อให้ผ่านชัวร์ควรลงกันให้ครบตามจำนวนสูงสุดของปาร์ตี้ที่รับได้

ความเห็น