เปิดคลังแสงใน Garena Free Fire วิเคราะห์จุดเด่นของปืนแต่ละชนิด

แน่นอนว่าเกมแนว Battle Royale นั้นอาวุธถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถอยู่รอดได้ และในเกม Garena Free Fire การยิงใส่เป้าหมายหรือการโจมตีต่างๆ จะโชว์ดาเมจให้เห็นอย่างชัดเจนทำให้เราสามารถเลือกใช้และคิดค่าจากความรุนแรงของปืนได้ ในวันนี้เราจะมาเปิดคลังแสงในเกม Garena Free Fire กันว่ามีอาวุธประเภทอะไรบ้าง และแบบไหนในแต่ละประเภทน่าใช้งานที่สุด

Assault Rifle

เป็นปืนไรเฟิลแบบรัวยิงได้ข้อดีของปืนประเภทนี้ก็คือ มีความรุนแรงในการโจมตีสูงมากเหมาะกับการโจมตีระยะไกลและกลาง สามารถใช้ Scope เพื่อเพิ่มความสามารถในการยิงระยะไกลให้แม่นยำขึ้นได้ และเป็นปืนที่คนนิยมใช้งานมากที่สุด

จุดด้อยของปืนประเภทนี้ก็คือ มีแรงดีดค่อนข้างสูง การยิงรัวค้างไว้ทำให้คาดเคลื่อนเป้าหมายได้ง่าย ความต่อเนื่องของการยิงรัวน้อยกว่าปืนประเภท Sub Machine Gun การยิงอาจจะต้องใช้การคลิกยิงทีละครั้ง ทำให้การสร้างดาเมจไม่ต่อเนื่องนั่นเอง และเป็นประเภทปืนที่หาได้ค่อนข้างยาก

ในส่วนของปืนที่แนะนำในหมวดนี้ก็จะมี Groza และ AK ที่นิยมใช้กันมาก เพราะความรุนแรงและความสมดุลของตัวปืนถือว่าอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนั้นยังมี SCAR ที่เน้นดาเมจที่รุนแรงจากระยะไกล เป็นปืนที่เมื่อติดกับ Scope จะสามารถซุ่มยิงได้ไกลและแรงมาก

Sub Machine Gun

ปืนกลขนาดพกพามีจุดเด่นในเรื่องของความต่อเนื่องและความแม่นยำที่สูงมาก ทำให้สามารถยิงรัวแบบกดค้างไว้ได้ แรงดีดมีน้อยและความคล่องตัวค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Assault Rifle และเป็นปืนที่หาดร็อปได้ค่อนข้างง่าย

จุดด้อยของปืนประเภทนี้ก็คือ เป็นปืนที่เหมาะกับการโจมตีระยะใกล้และระยะกลาง ไม่เหมาะกับการโจมตีระยะไกล เพราะแรงส่งของปืนไปไม่ไกลพอนอกจากนั้นความแรงในระยะหวังผลก็ใกล้มากๆ อีกด้วย

ปืนประเภทนี้จะมีอยู่ในเกมแค่ 2 ชนิดเท่านั้นคือ MP5 และ UMPSG โดยทั้ง 2 กระบอกมีความต่างกันแค่ความเร็วในการรัวกระสุนที่ MP5 จะเหนือกว่าเล็กน้อย สเตตัสอื่นๆ แทบจะเท่ากันทั้งหมด เพราะฉะนั้นหาอันไหนได้ก่อนก็ใช้อันนั้นได้เลย

Hand Gun

เรียกง่ายๆ ว่าปืนสั้นหรือปืนพก จุดเด่นของมันก็คือ เป็นปืนที่สามารถหาได้ง่ายมากๆ มีความแม่นยำในการยิงสูง ความคล่องตัวในการเล็งหรือใช้งานสูงมาก เป็นปืนแก้ขัดในช่วงต้นเกม

จุดด้อยของปืนประเภท Hand Gun มีระยะการยิงที่ใกล้มากๆ ความต่อเนื่องในการยิงน้อย ดาเมจที่ทำได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับอาวุธทั้งหมด (แต่ถ้ายิงโดนหัวก็แรงอยู่นะ) ที่สำคัญคือ มีกระสุนน้อยและติดอุปกรณ์เสริมได้น้อย ไม่สามารถติด Scope ได้

ในส่วนของปืนที่แนะนำคือ EAGLE เพราะเป็นปืนที่มีความรุนแรงที่สุดในประเภทนี้ นอกจากนั้นประสิทธิภาพอื่นๆ ยังดีกว่าปืนทุกชนิดในประเภท Hand Gun

Rifle

มีเพียงกระบอกเดียวในเกมคือ AWM แน่นอนว่าข้อดีของมันคือ มีพลังโจมตีที่รุนแรง ระยะหวังผลไกลที่สุดในเกมเลยก็ว่าได้ แต่จุดด้อยของมันก็คือ หาได้ยากมากๆ และมักจะเจอใน Air Drop เท่านั้น ความต่อเนื่องไม่ต้องพูดถึงเพราะยิงได้ทีละนัด นอกจากนั้นยังบรรจุกระสุนได้น้อยอีกด้วย มักจะเป็นปืนที่เอาไว้ใช้ซุ่มตอนเลทเกม

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rifle

จริงๆ ภายในเกม Garena Free Fire ยังมีปืนที่จัดอยู่ในประเภท Rifle ระยะไกลอีกหนึ่งกระบอกคือ VSS เป็นปืนที่สามารถส่องระยะไกลและยิงได้แบบรัวๆ จุดที่แตกต่างจาก Rifle ก็คือ มีความรุนแรงของดาเมจที่น้อยกว่า และสามารถบรรจุกระสุนได้เยอะกว่าและสามารถซูมยิงอย่างต่อเนื่องได้ เป็นปืนที่หาได้ไม่ง่ายและก็ไม่ยาก ผู้เล่นมักจะเอาไว้ใช้ช่วงกลางและเลทเกมหรือตอนที่อยู่กลางวงขาวแล้วซุ่มยิง

Shot Gun

หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปืนลูกซอง” เป็นปืนที่ระยะหวังผลใกล้มากๆ แต่ก็แรงมากๆ ความแรงเทียบเท่ากับ Rifle ได้เลย นอกจากนี้การยิงยังทำให้กระสุนกระจายตัวเป็นวงกว้างทำให้ยิงในระยะใกล้ได้แบบชิลๆ แบบไม่พลาด

ข้อเสียของปืนประเภทนี้ก็คือ อัตราการยิงต่อเนื่องน้อยและบรรจุกระสุนได้น้อย อีกอย่างคือ ระยะหวังผลใกล้มากๆ ทำให้เราต้องเดินเข้าไปใกล้กับศัตรูและเสี่ยงต่อการโดนยิงสวนกลับ ปกติเป็นปืนที่คนไม่ค่อยนิยมใช้งานสักเท่าไร จะเอามาใช้ก็ช่วงต้นเกม

ระยะประชิด

อาวุธระยะประชิดของเกมนี้จะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันคือ มืดดาบ และกะทะ แน่นอนว่ามันสามารถทำดาเมจได้ในระยะประชิดและรุนแรงกว่าการใช้หมัดต่อย ทีเด็ดของมันก็คือ เมื่อเอาแขวนไว้ด้านหลังมันจะสามารถป้องกันกระสุนได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือ มันหาได้ง่ายมากๆ ภายในเกม ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ใช้งานแต่ก็แนะนำว่าให้เอาแขวนไว้กับตัวก็ถือเป็นเครื่องรางป้องกันกระสุนได้ชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

ทั้งหมดก็เป็นอาวุธที่มีให้ใช้ภายในเกม Garena Free Fire แน่นอนว่าเวลาโดดร่มลงมาคุณอาจจะไม่ได้อาวุธตามที่ต้องการ แต่เมื่อรู้ความสามารถของมันแล้วก็จะสามารถเลือกใช้และเลือกเปลี่ยนให้เหมาะสมเมื่อถึงเลทเกมได้

ความเห็น