เคล็ดลับและเทคนิคการเล่นใน Pokémon Champions

Pokémon Champions เป็นเกม ยุทธศาสตร์ ยินดีต้อนรับเหล่าเทรนเนอร์ทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดและท้าทายที่สุดในนาทีนี้ หลังจากที่ตัวเกม Pokémon Champions ได้เปิดให้บริการบน Nintendo Switch ไป และล่าสุดพึ่งจะเปิดตัวเวอร์ชันสมาร์ตโฟนทั้งระบบ iOS และ Android ไปสดๆ ร้อนๆ ตัวเกมนี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการแข่งขันโปเกมอนไปอย่างสิ้นเชิง โดยการตัดระบบการเล่นแบบ RPG ดั้งเดิมที่ต้องมานั่งฟักไข่ เลี้ยงดู หรือเดินหาโปเกมอนตามพุ่มหญ้าออกไปจนหมดสิ้น และมุ่งเน้นไปที่ระบบการแบทเทิลออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่หรือแม้กระทั่งเทรนเนอร์รุ่นเก๋าที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามาในเกมนี้ อาจจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจและสับสนกับระบบที่แปลกใหม่ได้ง่ายๆ บทความนี้เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับและเทคนิคสำคัญ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณจับจุดเกมได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาทีมได้อย่างคุ้มค่า และพร้อมก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโหมดจัดอันดับได้อย่างมั่นใจ
เคล็ดลับที่ 1: บริหารจัดการแต้ม VP และตั๋วฝึกฝนอย่างชาญฉลาด
ระบบการเงินหลักในเกม Pokémon Champions นั้นขับเคลื่อนด้วยค่า Victory Points หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าแต้ม VP ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสรรหาโปเกมอนตัวใหม่ๆ เข้ามาร่วมทีม รวมถึงการใช้ปรับแต่งค่าสถานะต่างๆ ข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้เล่นใหม่หลายคนคือการนำแต้ม VP ไปใช้สุ่มหาโปเกมอนในตลาดยกเลิกสลับสับเปลี่ยนหน้าโปเกมอนไปเรื่อยๆ เพื่อหาตัวที่ชอบ หรือเอาไปซื้อไอเทมตกแต่งแฟชั่นของเทรนเนอร์จนหมดตัวตั้งแต่ช่วงต้นเกม การทำแบบนั้นจะทำให้คุณขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนักเมื่อต้องการปรับแต่งทีมในภายหลัง
สิ่งที่ควรทำคือการโฟกัสไปที่การสร้างทีมหลักเพียงหนึ่งทีมให้สมบูรณ์ก่อน โดยเก็บออมแต้ม VP ไว้ใช้สำหรับการฝึกฝนหรือการเทรนนิ่งโปเกมอนตัวหลัก เพราะการเปลี่ยนท่าการต่อสู้ การเปลี่ยนคุณลักษณะ (Abilities) หรือการปรับเปลี่ยนนิสัย (Natures) ของโปเกมอนนั้นมีค่าใช้จ่ายเป็นแต้ม VP ที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ หากคุณได้รับตั๋วฝึกฝน (Training Tickets) จากการทำภารกิจรายวันหรือรายสัปดาห์ พยายามเก็บรักษามันไว้ใช้กับการอัปเกรดครั้งใหญ่ เพราะตั๋วเพียงใบเดียวสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนค่าสถานะได้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยเซฟแต้ม VP ของคุณไปได้มหาศาลเลยทีเดียว
เคล็ดลับที่ 2: วางแผนการกระจายค่าสถานะและการเลือกนิสัยอย่างละเอียด
แตกต่างจากเกมภาคหลักอย่างสิ้นเชิง ใน Pokémon Champions โปเกมอนแต่ละตัวจะมีแต้มสถานะโบนัสเพิ่มมาให้เราเลือกจัดสรรเองได้ถึง 66 แต้ม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเราสามารถอัดแต้มลงไปในค่าสถานะใดสถานะหนึ่งได้สูงสุดไม่เกิน 32 แต้มเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้เกิดอิสระในการสร้างสรรค์สไตล์การเล่นที่หลากหลายมาก ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้ลิซาร์ดอน (Charizard) ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วและการโจมตีพิเศษที่รุนแรง การทุ่มแต้มเต็ม 32 แต้มลงไปที่ค่าความเร็ว (Speed) และค่าโจมตีพิเศษ (Special Attack) จะช่วยดันศักยภาพการเป็นตัวทำความเสียหายหลักได้อย่างเต็มที่

นอกเหนือจากการอัปแต้มสถานะแล้ว ระบบนิสัยหรือ Natures ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะนิสัยจะช่วยเพิ่มพลังให้ค่าสถานะหนึ่งขึ้นไปอีก 10% แลกกับการลดอีกค่าหนึ่งลง 10% คุณต้องเลือกนิสัยที่ส่งเสริมกับสายการเล่นของโปเกมอนตัวนั้นๆ เช่น เลือกนิสัย Timid หรือ Modest สำหรับตัวสายโจมตีเวท หรือเลือกนิสัย Jolly หรือ Adamant สำหรับสายโจมตีทางกายภาพ การคำนวณและเกลี่ยแต้มเหล่านี้ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ของโปเกมอนในทีมคือสิ่งที่แยกแยะระหว่างผู้เล่นทั่วไปกับผู้เล่นระดับมือโปร
เคล็ดลับที่ 3: รับของรางวัลเปิดตัวฟรีและเลือกเมก้าโปเกมอนตัวแรกให้ดี
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวเวอร์ชันมือถือ ทางผู้พัฒนาได้แจกไรชู (Raichu) พร้อมกับหินเมก้าอย่าง Raichunite X และ Raichunite Y ให้แก่ผู้เล่นทุกคนฟรีๆ ผ่านทางกล่องจดหมายในเกม ซึ่งข้อเสนอนี้มีระยะเวลาจำกัด ของรางวัลนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับผู้เล่นใหม่ เพราะคุณจะได้เข้าถึงระบบร่างพัฒนาเมก้า (Mega Evolution) ซึ่งเป็นกลไกการต่อสู้หลักประจำซีซันนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียแต้ม VP ไปซื้อมันจากร้านค้าฟรอนเทียร์ (Frontier Shop)

เมื่อคุณได้รับของฟรีมาแล้ว ขั้นต่อไปคือการตัดสินใจเลือกทิศทางของทีมโดยอิงจากโปเกมอนร่างเมก้าที่คุณต้องการใช้เป็นหลัก เนื่องจากร่างเมก้ามีพลังที่สูงมากและสามารถพลิกสถานการณ์ในเกมได้ การสร้างทีมล้อมรอบเพื่อสนับสนุนร่างเมก้าตัวเด่นจึงเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุด แทนที่จะพยายามสะสมหินเมก้าหลายๆ ก้อนมาเก็บไว้ ให้เจาะจงเลือกมาเพียงหนึ่งตัวแล้วปั้นทีมที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น หากคุณอยากเล่นทีมฝน การเลือกใช้พลังเมก้าที่สอดคล้องหรือการหาเพื่อนร่วมทีมที่เปิดใช้งานสภาพอากาศฝนจะช่วยรีดพลังโจมตีของทีมออกมาได้อย่างน่ากลัว
เคล็ดลับที่ 4: ฝึกฝนการต่อสู้แบบดับเบิลแบทเทิลและการทำคอมโบ
แม้ว่าตัวเกมจะมีโหมดการต่อสู้แบบซิงเกิลแบทเทิลให้เลือกเล่น แต่มาตรฐานระดับสูงที่ใช้ในการแข่งขันจัดอันดับและการแข่งขันระดับโลกส่วนใหญ่จะเป็นโหมดดับเบิลแบทเทิล (Double Battles) หรือการส่งโปเกมอนลงสนามพร้อมกันฝั่งละสองตัว การต่อสู้รูปแบบนี้มีความซับซ้อนและมีมิติของกลยุทธ์ที่กว้างกว่ามาก เพราะคุณไม่ได้มองแค่การแพ้ชนะทางธาตุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงการเกื้อหนุนกันระหว่างโปเกมอนสองตัวที่ยืนอยู่บนสนามพร้อมกันด้วย

การเลือกใช้โปเกมอนสายสนับสนุน (Support) ที่มีความสามารถในการปูทางให้ตัวทำดาเมจจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ท่าประเภทควบคุมความเร็วของสนามอย่าง Tailwind หรือท่าป่วนศัตรูอย่าง Thunder Wave สามารถเปลี่ยนเกมจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ นอกจากนี้ ท่าที่มีลำดับความสำคัญสูงอย่าง Fake Out ซึ่งจะทำให้ศัตรูติดชะงัก (Flinch) ในเทิร์นแรก ก็เป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คุณต้องเรียนรู้ที่จะคาดเดาใจคู่ต่อสู้ ฝึกสลับตัวโปเกมอนในจังหวะที่เหมาะสม และใช้การแพ้ทางประเภทธาตุแบบ Extrememly Effective (ชนะทาง 4 เท่า) ในการกดดันฝั่งตรงข้ามให้ได้เปรียบ
เคล็ดลับที่ 5: ติดตั้งไอเทมให้โปเกมอนทุกตัวและใช้ระบบข้อมูลการต่อสู้
กฎเหล็กที่ห้ามลืมเด็ดขาดก่อนจะกดเริ่มค้นหาห้องแข่งขันคือ โปเกมอนทั้ง 6 ตัวในทีมของคุณจะต้องติดตั้งไอเทมถือ (Held Items) เอาไว้ทุกตัว ไม่มีข้อยกเว้น ไอเทมแต่ละชิ้นในเกมนี้ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการต่อสู้อย่างรุนแรง เช่นชิ้นคลาสสิกอย่าง Leftovers ที่จะช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตทีละนิดในทุกเทิร์น หรือ Choice Scarf ที่ช่วยเพิ่มความเร็วแบบก้าวกระโดดแต่จะล็อกให้ใช้ได้เพียงท่าเดียว หากคุณยังไม่มั่นใจว่าโปเกมอนตัวนั้นเหมาะกับไอเทมชิ้นไหน การเลือกติดตั้ง Sitrus Berry เพื่อช่วยฟื้นพลังชีวิตยามวิกฤตถือเป็นทางเลือกพื้นฐานที่ปลอดภัยและใช้ประโยชน์ได้จริงเสมอ

นอกจากนี้ ตัวเกมยังมีระบบที่ยอดเยี่ยมมากนั่นคือ เมนูข้อมูลการต่อสู้ (Battle Data) ซึ่งผู้เล่นใหม่มักจะมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ในเมนูนี้จะมีการรวบรวมสถิติจริงจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าโปเกมอนตัวไหนกำลังเป็นที่นิยม ท่าต่อสู้ชุดไหนที่มีอัตราการชนะสูง รวมถึงไอเทมชิ้นใดที่คนเลือกใช้กับโปเกมอนตัวนั้นๆ มากที่สุด การสละเวลาเข้าไปศึกษาอันดับท็อป 30 ของโปเกมอนในระบบข้อมูลการต่อสู้จะช่วยให้คุณเข้าใจกระแสนิยมหรือ “เมต้า” ของเกมในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คุณสามารถเตรียมแผนการรับมือและเลือกโปเกมอนมาแก้ทางคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุปส่งท้าย
เส้นทางสู่การเป็นแชมป์เปี้ยนในเกม Pokémon Champions ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครมีเวลาฟาร์มมากกว่ากัน แต่วัดกันที่การวางแผน กลยุทธ์ และความเข้าใจในตัวโปเกมอนอย่างลึกซึ้ง การลองผิดลองถูกและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมอยู่เสมอคือเสน่ห์ที่แท้จริงของเกมนี้ หวังว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะช่วยให้เทรนเนอร์ทุกท่านสนุกกับการแบทเทิล ยกระดับฝีมือของตัวเองให้สูงขึ้น และสนุกไปกับการไต่แรงก์ในโลกของโปเกมอนเวอร์ชันนี้ได้อย่างเต็มที่
ขอแนะนำอย่างยิ่งให้คุณเล่น Pokémon Champions บนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นของ PC ด้วยอีมูเลเตอร์ BlueStacks โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดและเกมเพลย์ที่ราบรื่น















